Phat's profileDream is basis inspirati...PhotosBlogListsMore Tools Help

Phat N

Dream is basis inspiration of human being

เมื่อไหร่เราสูญเสียความฝัน....เราจะตายยยย
December 21

น้ำคือชีวิต

เอาเนื้อเพลงเพราะมาฝากจ้า
 

น้ำคือชีวิต : สารคดีน้ำคือชีวิต เดือนธันวาคม 2549 ช่อง 5

 

น้ำคือชีวิต               เพราะน้ำคือชีวิต                   ทั้งเกิดก่อและหล่อเลี้ยง ทำลายและเยียวยา

รักน้ำรักชีวิต          รู้น้ำรู้ชีวิต           มองลำธารผ่านความคิด มองชีวิตอย่างพอเพียง

 

ตราบใดที่ฟ้ายังมีเมฆ              ตราบใดที่น้ำยังรินไหล

ตราบใดผืนดินมีหมอกไอ       ตราบนั้นชีวิตจะกลับมา

พ่อจึงสอนเราให้ทำฝน           เก็บกักน้ำไว้บนภูบนผา  

ชะลอน้ำไม่ให้ไหลบ่า            ให้ดินชุ่มชื้นทั้งผืนป่า 

เมื่อแหล่งน้ำสมบูรณ์ก็เกื้อกูลป่า  หลากชีวิตนานา จึงมารวมกัน

 

เมื่อพายุมาพาลมฝน               ตกหนักเสียจนน้ำท่วมเมือง 

ทะเลก็ขึ้นมาหนุนเนื่อง         ชีวิตที่ครบจึงขาดหาย 

พ่อจึงสอนเราให้กั้นน้ำ        ขุดบ่อให้มันมารวมไว้  

ต้องยอมเสียนาและเสียไร่     เพื่อจะรักษาบ้านเมืองไว้ 

และเมื่อฝนร้างลงพ่อคงตั้งใจ  เรามีน้ำเก็บไว้  ในยามแร้นแค้น

 

น้ำคือชีวิต               เพราะน้ำคือชีวิต                   ทั้งเกิดก่อและหล่อเลี้ยง ทำลายและเยียวยา

รักน้ำรักชีวิต          รู้น้ำรู้ชีวิต           มองลำธารผ่านความคิด มองชีวิตอย่างพอเพียง

 

หนึ่งคนใช้น้ำเพียงหนึ่งถัง     หนึ่งถังน้ำดีกลายเป็นเน่า

หมื่นแสนน้ำเสียรวมกันเข้า   ชีวิตในน้ำจึงจากไป

พ่อจึงสอนเราให้กรองน้ำ       ก่อนปล่อยไหลลงทะเลใหญ่

ให้ลมฟ้าฟื้นคืนน้ำใส             ให้ต้นไม้ฟื้นคืนน้ำใหม่ 

ป่าชายเลนสมบูรณ์และเพิ่มพูนได้  กุ้งปูหอยที่หาย หวนคืนดังเดิม

 

จากฟ้าสู่เขา  จากเขาสู่เมือง  จากเมืองสู่เมือง  และจากเมืองสู่ทะเล

พ่อเฝ้ามอง    พ่อเฝ้าทำ          ให้ทุกหยดน้ำ    เป็นทุกหยาดของชีวิต

 

หากมองเห็นฟ้ายังมีเมฆ        นั่นคือผืนดินไม่สิ้นหวัง

หากมองเห็นน้ำยังไหลหลั่ง    อีกครั้งชีวิตจะสืบสาน

พ่อจึงสอนเราให้มองน้ำ         และลองย้อนมองถึงคืนวัน  

ตักตวงผู้เดียวหรือแบ่งปัน       ทำลายต้นน้ำหรือป้องกัน

หลากชีวิตสมบูรณ์ต้องเกื้อกูลกัน   คนกับน้ำผูกพัน  รวมเป็นหนึ่งเดียว

 

น้ำคือชีวิต               เพราะน้ำคือชีวิต                   ทั้งเกิดก่อและหล่อเลี้ยง ทำลายและเยียวยา

รักน้ำรักชีวิต          รู้น้ำรู้ชีวิต           มองลำธารผ่านความคิด มองชีวิตอย่างพอเพียง

 

มองลำธารผ่านความคิด   มองชีวิตอย่างพอเพียง

Hello December

และแล้วปี 2549 ก็จะหมดไปอีกปีสินะ
 
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย หลังจากวันเฉลิมฯของในหลวงของเรา อากาศบ้านเราก็เย็นขึ้นมาเรื่อยๆ 
เดินไปไหนก็เห็นผู้คนเริ่มหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กันแล้ว แต่อย่างไรดีก็ยังคงสีเหลืองให้สวยสดใสอยู่ทุกที่...ยิ่งเห็นยิ่งภูมิใจที่เกิดเป็นไทย
และคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่จะกลับมาตอบแทนพระคุณแผ่นดิน
 
ซึ้งเนาะในช่วงเริ่มทักทาย.....
เดือนนี้หนาว(แต่เราเฉยๆ....ด้วยความชินกะอากาศหนาวเหน็บ) อยากจะจัดทริปแอ๋วเหนือ แต่ผู้คนก็แห่แหนไปดูพืชสวนโลกฯ กันให้พรึบ ยิ่งอากาศดีแบบนี้ด้วย
เอาเป็นว่าคราวนี้..ต้นเดือนเที่ยวเมืองจันทบุรี กลางเดือนอยุธยา ส่วนปลายเดือนอุบไว้ก่อนเด๋วมาเล่าสู่กันฟังอีกที
 
เมืองจันทบุรี---> เที่ยวรอบอำเภอเมือง, น้ำตกคลองนารายณ์, น้ำตกพริ้ว, อ่าวคุ้งกระเบน, ค่ายเนินวง
                     แต่ที่อยากเล่าคือ ความประทับใจที่ อ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพระราชดำริของในหลวงท่าน
                     เป็นสถานที่ ที่สวยมากๆ ได้ความรู้ เหมาะแก่การศึกษา และบอกว่าสมบูรณ์จริง ท่านทรงริเริ่ม แล้วทำให้คงอยู่
อยุธยา--------> จุดประสงค์หลักของผู้ลักพาตัวเรา คือ การซื้อโรตีสายไหม ร้านอาบีดีน ตรงข้าม รพ. หน้า7-11 ถ.อู่ทอง
                     ตอนเย็นๆ มีร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อร้าน สมบัติเจ้าพระยา อาหารอร่อย วิวดี บริการใช้ได้ อยู่ ถ.อู่ทองเหมือนกาน
                     แต่ไปคราวนี้ได้ไหว้พระไม่กี่วัด เอาไว้คราวหน้าแก้มือ จะไปดูความรุ่งเรื่องในอดีตให้ทั่วถึงเชียว...เพราะงั้นโปรดติดตามภาคต่อของอยุธยาได้
 
เอาเปนว่าไปดูรูปกันเนาะ ต้องโทษทีที่updateคาวนี้ไม่ค่อยเล่าละเอียด เพราะว่ามีลืมๆไปบ้าง เอาไว้คราวหน้า ไปไหนมาไหนจะรีบมาลงไว้นะคร้าบบ
 
 
 
November 27

เที่ยวสุพรรณฯจ้า

เมื่อเสาร์ที่25 พ.ย. มีโอกาสไปเที่ยวเมืองขุนแผนมา เลยจะเอามาเล่าให้อ่านอย่างย่อนะขอรับ
 
ออกเดินทางกันแต่ตรู่  สาวๆหลังรถก็เริ่มกินกันมาตลอดทาง โน่น นั่น นี่เยี่ยมชมวิวน้ำท่วมข้างทาง เพราะเส้นทางหลักปิดถนนปรับปรุงทาง..เนื่องจากน้ำท่วมนั่นเอง
ทำให้ได้เห็ฯทะเลสุพรรณฯกันคราวนี้ น่าสงสารชาวนาชาวไร่ ไม่รู้จะเอาอะไรกิน ผลผลิตเสียหายหมด ...เฮ้อ อนิจจัง
 
ต่อๆ พอถึงตัวเมืองที่แรกที่เริ่มเยี่ยมชมคือหอคอยบรรหารฯ กว้างใหญ่สวยงามใช้ได้ มีคนดูแล พนักงานเป็นมิตร ยิ้มหวานดี เสียอย่างเดียวแดดเปรี้ยงไปหน่อย ว่าแล้วก็รีบต่อด้วยการไปไหว้พระ เริ่มที่วัดพระรูป มีพระพุทธไสยาสน์และเจดีย์สมัยอู่ทอง ประดิษฐานอยู่ ตามด้วยวัดป่าเลไลก์ สักการะหลวงพ่อโต เพื่อเป็นสิริมงคล
 
เมื่อเที่ยงวันก็เกิดสัญญาณชีวภาพเป็นเสียงดัง จากร่างกาย ก็เลยหลบไปหามื้อกลางวันใกล้ๆกับวัดพระนอน (วัดต่อไปที่จะไปดู unseen พระนอนหงาย ปางปรินิพพาน...ไปมาหลายรอบเต็มที) มีโอกาสให้อาหารปลา ตอนแรกเริ่มที่ 1 กระป๋อง..สมาชิกบางท่านบอกว่าปลาจะกินหมดเหรอ มากไปป่าว โทษทีนะครับ มีกระป๋องสองตามมา ต่อด้วยขนมปัง กะว่าคาวหน้าจะซื้อกระสอบ ไม่รู้ว่าได้บุญหรือบาป เพราะบรรดาปลาน้อยใหญ่แย่งกันคึกโครม
 
ด้วยกลัวว่าจะไปบึงฉวากไม่ทันเลยเร่งรีบไปตลาดสามชุก หรือตลลาดร้อยปี ให้เวลากะนครึ่งชั่วโมง แต่ไปๆมาๆ อยู่มันจนค่ำ เพราะว่ารอถ่ายรูปเสื้อผ้าแบบโบราณกัน ตลาดนี้ของกินเยอะมากจนตาลาย แค่มองก็อ้วนแล้ว กะว่าคราวหน้าไปอีกจะเริ่มกินทีละร้านไม่ให้พลาดเด็ดขาด ตอนเย็นแวะกินข้าวเย็นในตลาด ชื่อร้านพี่ราญ อร่อยทุกอย่างโดยเฉพาะ ยำผักบุ้งกรอบ ผักบุ้งกรอบมากๆพร้อมด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด...
 
จบทริปนี้ด้วยความเหนื่อย แต่จะหลับก็ไม่ได้ เพราะพลขับของเราพาเสียวตลอดทางกลับ ไฟถนนไม่มี รถเร่งไม่ขึ้นเพราะน้ำหนักตัวผู้โดยสาร และอื่นๆอีกมากมาย ทุกคนก็เลยต้องตื่นมาให้กำลังใจคนขับจนถึง กทม.
 
ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะ
November 16

เมื่อกลับบ้าน

ห่างหายไปจากการ update blog เสียเนิ่นนานแรมเดือน เนื่องจากว่าได้เดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว และก็มัวแต่รื่นเริงบันเทิงใจไปกับการรำลึกสถานที่แห่งวันหวานอยู่
เลยไม่ได้มาทำหน้าที่บอกเล่าข่าวสาร ประจานตัวเอง....
 
 
เดินทางมาถึงเมืองไทยได้อำลาสนามบินอันเก่าแก่...ดอนเมืองรำลึก...ไปเป็นที่เรียบร้อย วันนี้(วันที่เขียน)ทุกคนก็มุ่งหน้าสู่สุวรรณภูมิสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ ที่มาพร้อมความอลังการและปัญหาที่ต้องถกเเถยงกันมากมาย...แต่ไม่ใช่เรื่องของเราเสียทีเดียว..แอบสอดรู้อยู่ห่างๆก็พอ
 
ทริปแรกของการกลับมาก็นี่เลยครับ งานบุญงานบวช แบบว่าแฟนเพื่อนจะเบียดเลยอยากจะบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ ก่อนที่จะไปทดแทนพระคุณแฟน(ที่แสนจะ 11รด)
เช้ามาแหกขี้ตาไปวัดละแวกหัวลำโพง ใช้เส้นทางรถไฟใต้ดิน เดินทางสะดวก รวดเร็วทันใจ แต่...คนอย่างอีชั้นมีหรือจะพลาดเรื่องราวของความลาววววว ไม่มีที่สิ้นสุด...
ทุกอย่างดูราบรื่น เรากะเวลากันอย่างดีมีเราสามคน อีชั้น คนรับใช้ส่วนตัว และเพื่อนที่ติดเหมือนขี้ปลาทอง เหตุเกิดเมื่อขึ้นจากสถานีหัวลำโพงการเดินทางไปวัดนั้นช่างสับสนวุ่นวาย หลายแยกต้องข้าม เราเลยงง เอ๊ะนั่นป้อมขาวๆอวบๆ โอ้ววววเพื่อนเรารอดตาย เราเจอแล้วพี่ตั้ม(ชื่อเล่นๆที่เรียกคุณตำรวจ) ทำหน้าตาดีแบบเพิ่งตื่นนอนเร่งรีบเข้าไปถาม เออ...วัด..นั้นไปทางไหนคะ..พี่ตั๊มตอบพร้อมชี้นิ้วทันใด-->ทางนั้นครับ พวกเราเชื่อคนง่ายโดยเฉพาะคนในเครื่องแบบที่ดูน่าไว้ใจ เลยเดินตามทางที่พี่เขาชี้ไป เกิดเอะใจขอแวะซื้อชานมกินหน่อย เหมือนมีอะไรดลใจให้เอ่ยวาจาไถ่ถามทางจากแม่ค้าชานมอีกครั้ง และแล้วแม่ค้าก็ชี้ไปอีกหนึ่งแยกก่อนที่เราจะเลยไป ....งานนี้พอข้ามไปเส้นทางที่ถูกต้อง แอบหันไปค้อนพี่ตั๊มครึ่งที(เด๋วแกสังเกตเห็น) สรุปแล้วก่อนไปถึงวัดเดินเล่นข้ามถนนกันอยู่พักใหญ่คับพี่น้อง....
 
เมื่อถึงวัดก็หลงดีใจเมื่อเห็นเพื่อนเรา แต่เอ๊ะไหงมันเดินผ่าน มันคิดแล้วว่าเราควรค่าแก่การช่วยเหลือตัวเอง จัดการตัวเองไปพลางๆ ส่วนมันไปต้อนรับแขกคนอื่นจะดีกว่า เราเลยตัดสินใจ....ช่วยตัวเองกันต่อไป พอเสร็จงานรวบรวมกำลังพลเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปสวนสัตว์ดุสิต ไปเดินเล่นเอาความเป็นเด็กเข้าล่อ แต่ขอโทษนะคร้าบบบร้อนมากอย่างแรง แทบจะขาดน้ำตาย คิดดูสิเคยเจอ 10-20องศา ใหอีชั้นมาเดินกลางแดดราว30-40องศา ฆ่ากันชัดๆ เพราะงั้นตกเย็นเลยไปนั่งรับลมแบบ chillๆ แถวท่าพระอาทิตย์ ป้อมพระสุเมรฯ แหล่งวัยรุ่นของเรานั่นเอง
 
one day trip ครั้งนี้เริ่มวันด้วยบุญตกเย็นด้วยน้ำหนักกองโต เนื่องจากเหมือนการกินมาราธอนมิปาน เนือด้วยว่าก่อนลากันไปก็ไปนั่งกินเค้กที่ร้านบ้านพระอาทิตย์ ชะเอิงเอิงเอยยย 
August 27

War Museum North in Manchester

สวัสดีท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน
 
ห่างหายไปนานจากการเข้ามา update ที่วางบนเครือข่ายใยแมงมุม มีเหตุและผลสองประการดังต่อไปนี้
1 ติดการ์ตูนเรื่อง  Inuyasha ซึ่งมีทั้งหมด 167 ตอน กับอีก 4 movie ติดงอมแงมมันหยุดม่ายด้ายยยยย
2 เนื่องจากข้อข้างบน เลยขี้เกียจเปิดเวบอื่นๆ 5555555
 
ต่อๆ ชักแม่น้ำมาได้สองสายแล้ว..ไม่รู้จะช่วยเหตุการณ์น้ำท่วมได้บ้างป่าว
จะบอกว่าได้มีโอกาสไปเหยียบเมืองดัง...Manchester แต่ไปแค่จิ๊ดเดียว เพราะอากาศมันดีม๊าก มาก...ฝนตกทั้งปี ประกอบกับคุณหลานตัวแสบ
เที่ยวได้ไม่นานต้องเอาของมาล่อตาล่อใจ เลยไปดูพิพิธภัณฑ์ทหาร ของฝรั่งมังค่า แสง สี เสียง เป็นที่ตื่นตายิ่งนัก ว่าแล้วเหตุการณ์ทั้งหลายเป็นดังต่อปายนี้
 
เริ่มด้วยตื่นเต้น หลงทาง(ขับรถหลงเป็นปกติ) วกไปวนมา หาสถานที่จนเจอ ฝนเจ้ากรรมก็เริ่มตกปรอยๆ บรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การเป็นหวัดอย่างยิ่ง (แม่งเอ้ย เลยเป็นสะเลย)
ขอบอกว่าแค่ตัวตึกก็กินขาดแล้ว มันคือพิพิธภัณฑ์หรือ BEC TERO กันแน่ว่ะ ยิ่งใหญ่อลังการ สร้างสรรค์มั๊กๆขอบอก เดินไปได้หน่อยยังไม่ถึงทางเข้าก็มีเรือบินมาล่อตาหนุ่มน้อย เลยขอแช๊ะๆกลางฝนปรอยๆ ชักภาพได้ไม่กี่รูปก็รีบแห่เข้าไปข้างใน โอ้ แม่เจ้า มีตรวจกระเป๋าด้วย (ดีนะไม่ให้วิ่งรอบตึแบบนักเรียน รด. ตรวจสมรรถภาพ) ตามด้วยไปซื้อบัตรเข้าชม ข้างนอกใหญ่มาก ข้างในมีให้ดูแค่สองชั้น คือชั้นล่าง: ขายบัตร ขายของที่ระลึก ห้องน้ำ cafe' ส่วนชั้นสอง; อลังการงานสร้างมากๆ ขอบอก เป็นส่วนแสดงนิทรรศการ Object Display เช่น พวก รถถัง เรือบิน มอไซค์(ห้าง)ทหาร ของสมัยสงครามโลก สงครามระหว่างประเทศ ยอมรับเลยว่าเขาทำดีจริงๆ แต่ไม่ได้ถายรูปมาให้ดู เพราะว่ามันค่อนข้างมืด ถึงมืดมาก แต่มันมีเหตุผล....อิๆ
 
เนื่องจากความทันสมัยของสถานที่และของเราเองไม่สมดุลกัน ความลาวววววววจึงได้ปรากฏ (อีกแล้วครับท่าน ลาวววไปที่ไหนต้องแสดงความลาวออกมาให้ได้รับรู้กัน กลัว กลัวว่าคนอื่นมันจะไม่รู้ ) ก็เพราะที่เขามืดเนี่ยเขาต้องการสื่อบางอย่าง ไอ้เราก็คิดในใจก้าวแรกที่เข้าไปในห้องนิทรรศการ อ๊ะเริ่มงง ไมไม่เปิดไฟให้มองกันชัดๆว่ะ ขมุกขมัว กลัวใครรู้หรือไงว่าแสดงของไว้ตรงไหนมั่ง เสียสายตาเจงๆ แล้วไอ้พวกนั้นก็นั่งฟังสารคดีกันหน้าตาเฉย ไมมันไม่เดินดูรอบๆว่ะ โหเสียตังค์เข้ามานั่งฟังแม่งเอ้ยเสียดายเงินเจง ส่วนเราก็เดินคลำๆทางไปเรื่อยๆดูนั่นดูนี่ เสียงสารคดีก็ตามไปหลอนทุกๆที่ ที่ก้าวย่าง ไอ้พวกนั้นก็ยังนั่งตามมุมตามหลืบฟังกันอยู่ได้ และแล้ว......เมื่อเห็นลูกศรทางออก โอ้ว..ดีใจยิ่งนัก มันคือทางออกตูจะได้ออกไปเสียที หนวกหูเจงๆ ปึ้งปั๊งๆๆๆๆ เสียงระเบิดเพียบ แต่เอ๊ะ...เหลือบไปดูฝรั่งพวกนั้นสั่งลา มองตามสายตาเขาไปที่ฝาผนัง  ช๊ะเอิง เอิง เอย.....ทันใดนั้นแสงสว่างส่องลงมาที่กลางกระบาล (คิดตามนะทุกท่าน..แสงแบบเกิด idea บรรลุอะไรสักอย่างอะ) กระจ่างแล้ว..มัน..มันคือความทันสมัยที่เราเพิ่งค้นพบ บนฝาผนังนั้นเป็นภาพเคลื่อนไหว เป็นแนวทางการ presentation ที่คล้ายกับการฉายหนังนั่นเอง มิน่าไอ้พวกนั้นแม่งนั่งกันได้นาน ส่วนเราโง่ปายๆๆๆตามระเบียบ....
 
คือเขาแสดงนิทรรศการด้วยแสง สี เสียง จิงๆ บรรยาการเอย เสียงบรรยายเอย ล้วนแต่สอดคล้องกัน เป็นการจำลองสถานการณ์ ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัส และง่ายต่อการจดจำ แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับเรา 555555 เพราะรู้เมื่อ ออกมาแล้ว แล้วก็หิวววววเลยไปหาของกินดีก่า
 
ขากลับขับรถมาเจอบ้านหลังนึงแปลกดีเลยอยากเล่า คือเจ้าของไม่ยอมขายที่ตรงนั้นเองจากรัฐบาลขอซื้อทำถนน เลยกลายเป็ฯบ้านที่อยู่ระหว่างทาง motorway หลังนี้หลังเดียวเจงๆ เท่สุดยอด วิวดีโคตรๆ มีแพะ มีฟาร์มด้วยนะ .....ขอบอก
 
ส่วนรูปเหมือนเดิมอยู่ที่หน้า Photo เด้อ
July 27

You give me something--James Morrison

ตอนนี้ชอบเพลงนี้มากๆเลย อยากให้ลองฟังๆกันดู เพราะดีเหมือนกัน
อันที่เอามาให้ดูเป็นตอนที่James ไปออกรายการ เลยเป็นเพลงนี้แบบlive version อ้อ แล้วก็เอาเนื้อร้องมาฝากกันด้วยจ้า
เข้าไปดูได้เลยตามเวบข้างล่างนะ
 
 
อันนี้เป็นmv version จ้า
 
 

You want to stay with me in the morning
You only hold me when I sleep,
I was meant to tread the water
Now I've gotten in too deep,
For every piece of me that wants you
Another piece backs away.

'Cause you give me something
That makes me scared, alright,
This could be nothing
But I'm willing to give it a try,
Please give me something
'Cause someday I might know my heart.

You already waited up for hours
Just to spend a little time alone with me,
And I can say I've never bought you flowers
I can't work out what the mean,
I never thought that I'd love someone,
That was someone else's dream.

'Cause you give me something
That makes me scared, alright,
This could be nothing
But I'm willing to give it a try,
Please give me something,
'Cause someday I might call you from my heart,
But it might me a second too late,
And the words I could never say
Gonna come out anyway.

'Cause you give me something
That makes me scared, alright,
This could be nothing
But I'm willing to give it a try,
Please give me something,
'Cause you give me something
That makes me scared, alright,
This could be nothing
But I'm willing to give it a try,
Please give me something
'Cause someday I might know my heart.
Know my heart, know my heart, know my heart

May 26

Bridlington Trip with ESOL

กราบเรียนเพื่อนๆและบุคคลที่เคารพรักทั้งหลาย
 
บัดนี้ได้เพลาupdate my spaceกันอีกครั้ง หลังจากผ่านการสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาด้วยจิตใจกระท่อนกระแท่น อาจารย์ก็เลยพานีกเรียนไปเปิดหูเปิดตาดูทะเลกัน
 
เริ่มด้วยนัดเจอกันแต่เช้า ออกเดินทางด้วยรถบัส (ที่ไม่ค่อยจะเห็นได้ที่นี่) เล่นไพ่สามชาติ (ไทย จีน ญี่ปุ่น) งงๆกันไปแต่ก็เล่นด้วยกันได้เฉยเลย เเล้วก็ถึงที่หมาย Bridlington (อยู่เหนือ Hull ขึ้นไปหน่อย 1 ชม. แต่ก็ยังเป็น East Yorkshire)
 อยากบอกว่าเมืองไหนๆแม่งก็สวยก่าHull 55555
 
ก็เดินเตร็ดแตร่มุ่งหน้าไป Sewerby Hall and Gradens เพิ่มพลังด้วยice cream แล้วเพื่อการออมแรงเลยตัดใจขึ้นtrain(ฝรั่งมันเรียก แต่ก็คือรถรางบ้านเรานี่เอง) ด้วยความที่เป็นกลุ่มคนหน้าตาดี เลยได้ไปตีซี้กะลุงคนขับ, แอบถ่ายรูปแกมา หวังค่ารถขากลับจะถูกลง เดินไปเดินมาจนเมื่อย ดูรูปเอาละกานเนาะขี้เกียจอธิบาย อิๆ แต่อยากบอกว่าวิวสวย อากาศดี
 
ขากลับอยากลองกิน fish&chips แบบlocal ก็เดินวนๆๆๆๆหาร้านกัน จนไปเจอว่าร้านมันปิด แทบอยากจะกินร้านเข้าไปเลย เจ็บใจโจ๋เจงๆ (เพราะจริงๆแล้วเดินตัดจากทางออก Sewerby แค่ 100เมตรก็ถึงแล้ว แต่นี่เดินวนไปก่าโล เพราะป้ายมันหลอก...ลาวววว)
 
ขากลับเดินกลับกันเพราะตกรถลุง เจอลุงแกขับสวนมาพอดี มีการประกาศไมค์เสียงดังต่อว่าด้วยนะ บอกว่าไมไม่รอแกฮึ ก็เลยแก้ตัวไปว่าตกรถมาไม่ทันรถแก แกเลยบอกอ๋อมันคนละคันกัน (เจ๋งๆเจงๆจอดรถคุยกัน ปล่อยผู้โดยสารคนอื่นงงกันต่อไป) จิงๆแล้วไม่กล้าบอกแกว่าหลงทางหาร้านfish&chipsไม่เจอ
 
เดินกลับลมแรงดี แดดเปรี้ยงปร้าง น้ำขึ้นเร็วมากขอบอกภายใน 2ชม ขึ้นมา3-4เมตรได้ เนื่องจากหิวโหยกันมากเลยเร่งฝีกีบเต็มแรงมุ่งหน้าสู่ร้าน fish&chips แล้วตามต่อด้วย หอย..มันคือพ่อของหอยจุ๊บ เพราะมันอึ๋มก่ามากๆ หวานหร่อย ใส่พริกไทยนิก เกลือ หน่อย น้ำส้มปิ๊ดนึง ใช้ได้เลย เมื่ออิ่มถึงระดับจุกแล้วเลยต้องตามด้วยของหวานแก้หนาวคือ hot choc ซึ่งนำน้อง choc ขึ้นรถไปด้วย อิ่มแทบอ้วกพอขึ้นรถก็เลยหลับดีก่า ..... 
 
อ้อลืมบอกว่าได้ซื้อ stick of rock มาด้วย เป็นแท่งยาวๆเหมือนสายไหมอัดแท่งแบบโคตรแข็ง ต้องเริ่มดูดและเลียตั้งแต่วันจันทร์พอถึงวันอาทิตยืก็หมดแม่งพอดีอะ ตรงปลายจะเขียนชื่อเมืองเอาไว้อะ เป็นคล้าย traditon ที่นี่ว่า เมืองติดทะเลต้องมีไอ้นี่ขาย เหมือนของฝาก แต่ต้องขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ เนื่องจากคงเอาไปฝากไม่ได้เพราะป่านนั้นคงเลียหมดแท่งไปแล้ว..ช่ะเอิ่งเอิงเอย
 
ว่าแล้วไปดูรูปได้ที่หน้า Photo เด้อ